หลักการและเหตุผล
1. สภาพการณ์ก่อนการเปลี่ยนแปลงที่จะดำเนินโครงการ
ก่อนการดำเนินโครงการ จังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูนมีการใช้ทรัพยากรจากพืชผลทางการเกษตรและธรรมชาติเพื่อการบริโภคและการค้าขายในลักษณะดั้งเดิม เช่น สับปะรด ลำไย และมะม่วง เป็นผลผลิตสร้างรายได้หลัก แต่ส่วนเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ใบสับปะรด ใบลำไย เปลือกมะม่วง มักถูกมองว่าเป็นของเสีย ถูกทิ้ง เผา หรือกำจัดโดยไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ต่อ ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสียโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมสิ่งทอท้องถิ่นยังพึ่งพาวัตถุดิบนอกพื้นที่และเส้นใยสังเคราะห์ ต้นทุนสูง ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ขาดความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป และไม่สามารถสร้างความโดดเด่นในตลาด ได้อย่างแท้จริง
เมื่อโครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งทอจากทรัพยากรเหลือใช้ในพื้นที่ได้รับการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นนำส่วนเหลือใช้ทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นเส้นใยและสีธรรมชาติ จะช่วยสร้างรายได้ใหม่ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบภายนอก สร้างอัตลักษณ์สิ่งทอ เพิ่มทักษะคนในชุมชน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) อีกทั้งยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน นักวิจัย นักออกแบบ และภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดระดับประเทศและสากล ผลลัพธ์เหล่านี้สะท้อนแนวคิด “การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรท้องถิ่น” และ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งใช้ภูมิปัญญาและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนอย่างแท้จริง
2. เหตุผลความจำเป็น/ Pain point ของพื้นที่
แม้จังหวัดลำปางและจังหวัดลำพูนมีทรัพยากรเกษตรมาก แต่ส่วนเหลือใช้ทางการเกษตรกลับถูกทิ้งหรือเผา ก่อมลพิษและสูญเสียโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม อุตสาหกรรมสิ่งทอท้องถิ่นยังขาดเอกลักษณ์ แข่งขันยาก ขาดองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการแปรรูปเส้นใยและย้อมสีธรรมชาติ รวมทั้งขาดเครือข่ายความร่วมมือ ส่งผลให้รายได้เกษตรกรและช่างฝีมือไม่มั่นคงจึงจำเป็นต้องมีโครงการที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านวัสดุชีวภาพ นวัตกรรม และการออกแบบสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากใบลำไย ใบสับปะรด และเปลือกมะม่วง ให้โดดเด่นทั้งฟังก์ชัน ความสวยงาม และความยั่งยืน สร้างรายได้มั่นคงให้กับชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว